ไม่พานพบเรื่องราวด้วยตนเอง สติปัญญาในการใช้ชีวิตก็ยากจะเพิ่มพูน สุภาษิตบทนี้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า สติปัญญาของคนเรานั้นหาได้มีติดตัวมาแต่กำเนิด หากแต่ได้มาจากการดำเนินชีวิต จากการลงมือปฎิบัติหรือกระทั่งเรียนรู้จากความล้มเหลวที่เกิดขึ้นในชีวิตต่างหาก
ขงจื้อเชื่อว่า คนเราเกิดมายังไม่มีความรู้ หากแต่เมื่อค่อยๆ เติบโตขึ้น ได้สัมผัส ได้ลงมือทำ ได้พบเห็นเรื่องราวต่างๆ จึงค่อยเข้าใจและรู้จักโลกมากขึ้น
แม้อาจจะบอกว่า ความรู้ต่างๆที่มีเขียนอยู่ในหนังสือตำรับตำราก็มีที่มาจากการเรียนรู้และปฏิบัติจริง สามารถศึกษาและนำไปใช้ได้หากแต่นั่นก็เป็นเรื่องราวและบทสรุปที่ได้มาจากการลงมือปฏิบัติของผู้อื่นหรือของคนรุ่นก่อนๆ ย่อมแตกต่างจากความรู้ที่เกิดจากการทำด้วยตนเอง หากเพียงแต่อาศัยความรู้จากหนังสือ โดยไม่เคยลงมือทำเองเลย ก็อาจกลายเป็นหนอนหนังสือ เป็นผู้คงแก่เรียนที่ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอดก็เป็นได้ โบราณว่าไว้ อ่านหนังสือพันเล่ม ไม่สู้เดินทางพันลี้ ที่ว่า เดินทางพันลี้ แฝงความหมายของคำว่า ผ่าน เป็นการเปรียบเปรยว่า ทุกอย่างถ้าได้เห็นกับตา ได้ลงมือทำกับมือ จึงจะรู้จักและเข้าใจอย่างแท้จริง ทำให้ตนเองมีความสุกงอมทางความคิดมากขึ้น สุภาษิตนี้บางครั้งก็พูดว่า ไม่ผ่านอุปสรรค ไม่เกิดสติปัญญา
คนเรานั้นควรใช้ชีวิตอย่างเปิดหูเปิดตา หาประสบการณ์จากเรื่องราว จากผู้ให้มาก จึงจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้อย่างแท้จริง หลายต่อหลายครั้งความล้มเหลวก็นับเป็นการเก็บเกี่ยวดอกผลอย่างหนึ่งเพราะเราสามารถรับเอาบทเรียน อย่างน้อยที่สุดต่อไปเราก็จะไม่ทำความผิดซ้ำในแบบเดียวกันอีก ด้วยเหตุนี้ คนเราจะใช้ชีวิตอย่างปิดกัน ไม่รับรู้ไม่รับฟัง หูตาคับแคบไม่ได้อย่างเด็ดขาด มิฉะนั้นแล้วก็อาจกลายเป็นคนโง่เขลาเบาปัญญา หรือกระทั่งกลายเป็นคนไร้เดียงสา น่าหัวเราะ
ข้อคิดพัฒนาตน สติปัญญาของคนคนหนึ่งจะลึกซึ้งหรือตื้นเขินนั้นมีความสำคัญอย่างมากถือเป็นหัวใจสำคัญเพราะในนั้นมีประสบการณ์และมีบทรวมอยู่ สุภาษิตที่ว่า ไม่ผ่านอุสรรค ไม่เกิดสติปัญญา มีความหมายเชิงบวกในแง่ที่ให้กำลังใจคนยามประสบเคราะห์กรรมหรือประสบปัญหา ทำให้เห็นว่าเมื่อประสบอุปสรรค สติปัญญาและความคิดของเราก็เติบโตขึ้นด้วย
แล้ววันนี้คุณยังจะทนทำงานทั้งชีวิต หรือว่ายอมทนทำงานสุดชีวิตแล้วสุขสบายในวันข้างหน้า [ คำคมจาก พี่น้อง อัจฉรา จุฬาวิริยาภรณ์ ]
อ่านต่อ »

